กูรู 3 ธนาคาร “กู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่าน”
dot dot
CallcenterRealtyOne
ต้องการขายบ้าน,ฝากขายบ้าน
Top Commission
Top Listing
dot

หมวดสินค้า
ประเภททรัพย์สิน
ทำเลต่างๆ

  [Help]
dot
http://www.homed4u.com/index.php?lay=show&ac=cat_showcat&l=1&cid=50056
โรงงาน-โกดัง
อื่น ๆ
dot
แผนที่โซน
dot
dot
Zone1
dot
bullet สีลม, สาทร, พระราม 2-3-4, เจริญกรุง, เพชรบุรี, ยานนาวา , เยาวราช, พระนคร, บางบอน, เพรชเกษม, บางแค, คลองสาน, ธนบุรี, สุขสวัสดิ์, ดาวคนอง, ประชาอุทิศ, บางคอแหลม, ดุสิต, บางรัก, ปทุมวัน, ป้อมปราบฯ, สัมพันธวงศ์, พญาไท, บางกอกใหญ่-น้อย, บางขุนเทียน, หนองแขม
dot
Zone2
dot
bulletศรีนครินทร์, อ่อนนุช,สุขุมวิทม, พัฒนาการ, สวนหลวง, ประเวศ, เฉลิมพระเกียรติ, สุวรรณภูมิ, อุดมสุข, ลาซาล, แบริ่ง, พระโขนง, บางนา, เทพารักษ์, สมุทรปราการ รัชดา , ลาดพร้าว , รามคำแหง , บางกะปิ , ห้วยขวาง , ดินแดง , บึงกุ่ม , บางซื่อ , จตุจักร , วังทองหลาง
dot
Zone3
dot
bulletบางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง, แจ้งวัฒนะ, วิภาวดี, พหลโยธิน, รังสิต, สะพานใหม่, วัชรพล, รามอินทรา, ลำลูกกา, นวมินทร์, เสรีไทย, มีนบุรี, สุวินทวงศ์ , ปทุมธานี, ร่มเกล้า, ลาดกระบัง, ประชาชื่น, เตาปูน, หทัยราษฎร์, พระราม 9, เกษตร-นวมินทร์, หนองจอก, สายไหม, คันนา
dot
Zone4
dot
bulletบรมราชชนนี,พระราม 5-7, พุทธมณฑล, กาญจนาภิเษก, แคราย, นนทบุรี, งามวงศ์วาน, ติวานนท์, ปากเกร็ด, รัตนาธิเบศร์, บางใหญ่, บางบัวทอง, บางกรวย, ราชพฤกษ์, นครอินทร์, ปิ่นเกล้า , ตลิ่งชัน , บางพลัด
ต่างจังหวัด
ทีมนักขายมืออาชีพ
"ความรู้เกี่ยวกับที่ดิน"
แฟรนไชส์
dot

dot
bullet6 วิธีเป็นมหาเศรษฐีที่ดิน
bullet6 ข้อ ควรรู้ ก่อนซื้อบ้าน
bulletตรวจสอบสัญญาให้ดี ก่อนซื้อขายอสังหาฯ
bulletปล่อยเช่าคอนโดฯในกทม.ได้ผลตอบแทนดีจริงหรือ?
bullet9 เคล็ดลับ นายหน้าอสังหาฯ รวยทางลัดอย่างไร?
bullet3 เรื่องควรรู้ก่อนโอนกรรมสิทธิ์บ้าน
bulletเกี่ยวกับบ้านมือสอง
bullet 12 เคล็ดวิธี “เปิดบ้านขายอย่างเหนือชั้น
bulletเรื่องน่ารู้ของคนซื้อบ้าน
bulletไขปัญหาเรื่องกู้บ้านกับ ธอส.
bulletนายหน้าไฮโซ เทรนด์ร้อน ติดชาร์ตกระแสโลก
bullet“ฟาร์มมิ่ง (Farming)” เคล็ดวิธีควานหาบ้านดีเพื่อการลงทุน
bullet8 ข้อดีของการเลือกซื้อบ้านมือสอง
bulletตรวจบ้านมือสองอย่างไร ไม่ให้มานั่งเสียใจภายหลัง
bulletบ้านใหม่ VS บ้านมือสอง
bulletบ้านแบบไหนอยู่แล้วรวย
bulletกำจัด 10 จุดอ่อนแก้ปัญหากู้ (ซื้อบ้าน) ไม่ผ่าน
bullet7 ขั้นตอน ขายบ้าน ให้ได้เร็ว
bulletผ่อนบ้านไม่ไหว ทำอย่างไรดี
bulletการเลือกซื้อ บ้านมือสอง
bulletบ้านมือสองกับรอยแตกร้าว
bulletตั้งราคาขายบ้านให้ผู้ซื้อสนใจ
bulletเตรียมความพร้อมก่อนขายบ้าน
bullet9 ประกาศขายบ้านมือสอง
bullet5 ข้อดีของบ้านมือสอง
bulletซื้อบ้านมือสองผ่านนายหน้า
bulletทำบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่
bullet10 เทคนิคดูแลบ้านหน้าฝน
bulletนายหน้าทำสัญญาฝากขายเอาเปรียบจริงหรือไม่ ?
bullet6 เคล็ดลับทำบ้านให้ขายได้ราคา
bullet6 สิ่งผิดๆ ส่งผลให้บ้านพัง
bullet วิธีเลือกซื้อบ้านมือสอง
bulletอยากมีบ้าน แต่ไม่เคยกู้ เริ่มต้นที่ไหนดี
bulletการซื้อบ้านมือสอง
bulletวิธีเลือกซื้อบ้านมือสองเรื่องใกล้ตัวที่เราควรรู้
bulletไขปัญหาเรื่องกู้บ้านกับ ธอส.
bullet“บ้านมือสอง” ของดีราคาถูกที่ไม่ควรมองข้าม
bulletเคล็ด (ไม่) ลับกับการเลือกซื้อบ้านมือสองเพื่อการลงทุน
bullet"กำจัด 10 จุดอ่อน แก้ปัญหากู้ (ซื้อบ้าน) ไม่ผ่าน "
bulletภาสวีร์ ลพอุทัย ชวนสร้างโอกาสด้วยธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์กับ เรียลตี้ วัน
bullet ตรวจบ้านมือสองอย่างไร ไม่ให้มานั่งเสียใจภายหลัง
bulletเลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
bullet" จะกู้เพื่อซื้อบ้าน แล้วตัวเองต้องเตรียมเงินเก็บไว้ด้วยหรือไม่ "
bullet 4 คุณสมบัติสำคัญ ขอกู้แบงก์ไหนก็ผ่าน!
bulletคลายร้อนให้บ้าน
bullet สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
bulletสัญญาซื้อขายรถยนต์
bulletสัญญาจะซื้อจะขาย
bulletสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
bulletสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (เหมายกแปลง)
bulletสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำแบบทั่วไป
bulletสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน
bulletบ้านดีด้วยหน้าต่าง !!
bulletคุณ ภาสวีร์ ลพอุทัย ก่อตั้ง เรียลตี้วันเอสเตท(ประเทศไทย) จำกัด
bulletชำระเงินงวดอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ค้างชำระ
bulletขายบ้านมือสองให้ได้ราคาสูง ต้องมีเทคนิค !
bulletแหล่งเลือกซื้อบ้านมือสอง
bulletข้อดีของการฝากขายบ้านกับนายหน้า
bulletภาษีขายบ้านมีอะไรบ้าง?
bullet“แก่น” ในการลงทุน “อสังหาฯ ราคาประหยัด”
bullet5 อสังหาริมทรัพย์น่าสนใจ โดดเด่น AEC
bullet การผังเมือง หมายความว่า การวาง
bulletสร้าง “ระบบ” เพื่อสร้าง “แบรนด์” ในการลงทุน “อสังหาฯ ไม่นาน”
bullet6 ขั้นตอนเก็งกำไรอสังหาฯ หนทางรวยไวแบบไม่เสี่ยง
bulletสัญญาฝากขายแบบปิด (EXCLUSIVE) ให้ประโยชน์ผู้ขายอย่างไร?
bulletข้อดีของการฝากขายบ้านกับนายหน้า
bulletพิธีกรรมไหว้บ้านมือสอง
bullet4 ขั้นตอนมืออาีพ
bulletบ้านมือสองของดีที่ไม่ค่อยมีใครรู้
bulletกู้ร่วมชีวิตคู่กับการกู้ซื้อบ้าน
bulletกูรู 3 ธนาคาร “กู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่าน”
bulletเช็คความพร้อมก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน
bulletขายฝากเปลี่ยนชีวิต
bulletเคล็ดไม่ลับกับที่ดินเปล่าเพื่อลงทุน
bulletขายฝากมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง
bulletรีไฟแนนซ์บ้านทำอย่างไร...
bulletเทคนิค...รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์
bulletคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝาก
bullet“ภาสวีร์ ลพอุทัย”
bulletเตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสิ้นเชื่อบ้าน
bulletขายฝากเปลี่ยนชีวิต
bullet3 กรรมสิทธิ์ ของผู้ซื้อบ้านลอยฟ้า
bulletปฏิเสธไม่ลง ปลงก็คงได้ไม่นาน เพราะทุกวันนี้.. ที่เรายังต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันงก ๆ ก็เพราะการแข่งขันในสังคมที่สูง
dot
ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบ้านมือสอง
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




กูรู 3 ธนาคาร “กู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่าน”

กูรู  3  ธนาคาร กู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่าน

     ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา   หลายคนอาจได้ยินข่าวน่าตระหนกใจเกี่ยวกับยอดปฏิเสธสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่สูงมากขึ้น  จนทำให้ไม่กล้าหรือไม่มั่นใจที่จะยื่นขอสินเชื่อ   ด้วยคิดว่าสถาบันการเงินต่างเข้มข้นเรื่องคุณสมบัติผู้กู้   แต่ในความเป็นจริงแล้วยอดปฏิเสธสินเชื่อที่สูงขึ้นเกิดจากหนี้ในครัวเรือนที่สูงขึ้นของผู้บริโภค   ไมได้เกิดจากมาตรการเข้มข้นของทางสถาบันการเงิน   โดยภาพรวมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบในปี  2558 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ระดับ  6%  โดยมีสินเชื่อปล่อยใหม่ที่   6.4   แสนล้านบาท   และภายในสินปีนี้จะมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างอยู่ในระบบประมาณ  3  ล้านล้านบาท  เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดและแนะแนวทางในการเตรียมตัวยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ประชาชน  ทางสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยและบริษัท  โฮมบายเออร์ไกด์  จำกัด  จึงได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ   สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยชี้ทางออกผู้บริโภค กู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่าน  ในงานวันแถลงข่าวการจัดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอดโดฯ  และสินเชื่อแห่งปี  “NPA  &  Resale  Home  2015”  ณ  โรงแรมอนันตรา  สยาม  กรุงเทพฯ

     คุณพิกุล  ศรีมหันต์  กรรมการสมาคมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย  และรองผู้จัดการใหญ่  ผู้บริหารสูงสุดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและธุรกิจรายย่อย  ธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด  (มหาชน)  กล่าวว่า  จากต้นปีที่ผ่านมามักมีข่าวว่า  ธนาคารมีมาตรการคัดกรองการยื่นขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มข้นขึ้น  มียอดปฏิเสธสินเชื่อมากขึ้น แต่จากผลการสำรวจค้นพบว่า สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส  1  และ   2  ที่ผ่านมายังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องแสดงว่าทุกธนาคารยังคงปล่อยกู้สินเชื่อ  ไม่ได้มีมาตรการที่เข้มขึ้นแต่อย่างใด  แต่สาเหตุที่มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น  เนื่องจากผู้กู้มีภาระหนี้สินครัวเรือนสูงขึ้นโดยปรกติผู้กู้จะมีหนี้รวมกันได้ไม่เกิน  70-80%  ของรายได้  โดยเป็นหนี้บ้านได้ไม่เกิน  50%  แต่ปัจจุบันผู้กู้มีหนี้ครัวเรือนสูงกว่า  50%  ของรายได้  ทำให้ความสามารถในการผ่อนน้อยลงซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ต่ำกว่า  20,000  บาท/เดือน  ที่เมื่อก่อนหนี้อะไรก็ตามจะมีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้สูง  ร่วมทั้งผู้ประกอบการ  SMEs  ขนาดเล็กที่มีสายป่านสั้นมีภาระหนี้ค่อนข้างมาก  จึงถูกมองว่าเป็นลูกค้ากลุ่มเสี่ยง  โดยภาพรวมอัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นไม่มาก จาก  20%  เมื่อสิ้นปี  2557  เป็น  23ณ  สิ้นไตรมาส  2  ปี  2558

    “ปัจจุบันไม่ใช่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อมากขึ้น  แต่ผู้กู้มีภาระหนี้มากขึ้น  เพราะฉะนั้นผู้กู้ต้องมีการเตรียมตัวก่อนกู้  เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นสินค้าที่ต้องมีระยะเวลาในการผ่อนนานต่างจากสินค้าอื่น  โดยเฉลี่ยอยู่ที่  25-30  ปี  หรือบางธนาคารให้มากถึง  40  ปี  ดังนั้น  ผู้กู้จึงต้องมีวินัยทางการเงินอย่างมากก่อนที่จะก่อนที่จะกู้ซื้อบ้าน  โดยอาจจะมีการซ้อมผ่อนก่อน  1  ปี  หรือหาผู้กู้ร่วมไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่  พี่น้อง  หรือแฟน  แนะนำว่าให้ผู้สนใจขอสินเชื่อเดินเข้าไปขอคำปรึกษาได้กับทุก  ๆ  ธนาคาร  ทุกวันนี้ทุกธนาคารพร้อมจะให้คำปรึกษา และอยากให้ลูกค้าทุกคนได้กู้  แต่ก็ไม่อยากให้เป็นหนี้เสีย  อยากให้ทุกคนได้ที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและส่งมอบให้ลูกหลานต่อไปได้  คุณพิกุล  กล่าว

     คุณพิมลพร  พูนนาผล  กรรมการที่ปรึกษาสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย  และ  SVP  ฝ่ายผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการ  ธนาคารกรุงเทพ  จำกัด  (มหาชน) กล่าวว่า  ปัจจัยหลัก  ๆ  ที่แต่ละธนาคารจะนำมาพิจารณาคือ  ความสามารถในการผ่อนชำระคืนของลูกค้า  หลักประกัน  ที่มาของรายได้  และประวัติทางด้านการเงิน  โดยในเรื่องของที่มาของรายได้  ในการขอสินเชื่อควรมีการเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานที่มาของรายได้ก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย  6-12  เดือน  ซึ่งเรื่องนี้มักไม่เป็นปัญหาสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกเดือน  เพียงแค่ขอ  Statement  จากธนาคาร  แสดงรายการเดินบัญชีของลูกค้า  แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ  หรืออาชีพอิสระที่รับเงินสด  ไม่มีหลักฐานรายได้  โดยการนำเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ  6-12  เดือน  เนื่องจากธนาคารพิจารณารายได้ที่พิสูจน์ได้จากเงินที่เข้าบัญชี

     นอกจากนี้ธนาคารยังจะพิจารณาจากยอดคงเหลือในบัญชีด้วย  แม้ว่าเงินเดือนจะมีหลายแสนแต่หากเงินเหลือในบัญชีไม่เท่าไหร่  ธนาคารจะขาดความมั่นใจในการบริหารเงินของลูกค้า  แม้ว่าธนาคารส่วนใหญ่จะให้กู้ประมาณ  90% หรือแม้แต่  100%  ก็ตาม  ลูกค้ายังจำเป็นต้องมีเงินอย่างน้อย  10-15%  ของราคาที่อยู่อาศัย  ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของเงินฝาก  หรือในรูปของทรัพย์สินอื่น  เช่น  รถยนต์  กองทุนรวม  การลงทุนในหุ้น  ที่ดิน  เป็นต้น  ซึ่งลูกค้าจะต้องยื่นข้อมูลหลักฐานทรัพย์สินเหล่านี้ที่มาประกอบด้วย

     อีกสิ่งหนึ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญมาก  ๆ  คือ  ประวัติทางด้านการเงิน  ทุกธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลประวัติทางด้านการเงินของลูกค้าผ่านทางบริษัท  ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ  จำกัด  หรือเครดิตบูโร  ซึ่งทุกธนาคารจะเห็นข้อมูลประวัติการใช้เงินของลูกค้าจากทุกสถาบันการเงิน  และเป็นข้อมูลปัจจุบันถึงย้อนหลัง  3  ปี  ซึ่งสิ่งนี้ธนาคารจะนำมาพิจารณาคือ  มีหนี้สินเดิมเท่าไหร่  วงเงินที่ธนาคารที่ธนาคารอื่นอนุมิติให้แก่ลูกค้าเท่าไหร่  ภาระการผ่อนรายเดือนเท่าไหร่  ถ้าธนาคารให้กู้เพิ่มจะมีหนี้สินรวมแล้วเกิน  80%  ของรายได้หรือไม่  และที่สำคัญคือมีการผิดชำระหนี้  หมายถึงการผิดนัดชำระหนี้ที่เกินกว่า  30  วัน  หลังจากครบกำหนดชำระหนี้หรือไม่  ซึ่งลูกค้าควรที่จะไม่มีการผิดชำระหนี้ย้อนหลัง  3  ปีเลย  แต่ถ้ามีการผิดชำระหนี้  สิ่งที่ควรนำมายื่นแก่ธนาคารตั้งแต่แรกคือสิ่งที่เคยผิดนัดชำระหนี้  ได้ชำระเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว  พร้อมหลักฐาน  นอกจากนี้ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตควรระมัดระวังการใช้จ่ายในเรื่องที่ผิดปรกติวิสัย  หรือไปสร้างหนี้อื่นๆ  ในช่วงการขอสินเชื่อซึ่งจะทำให้นักวิเคราะห์ของแต่ละธนาคารวิเคราะห์ผิดได้  แต่ถ้ามีการใช้และจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว  ก็ต้องนำหลักฐานมาแสดงให้ธนาคารเห็นด้วยว่าใช้ทำอะไร  และจ่ายครบแล้วหรือไม่

     คุณอลงกุล  บุญมาสุข  เลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย  และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อม  ธนาคารกสิกรไทย  จำกัด  (มหาชน) 

     กล่าวว่า  วินัยทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก  หากลูกค้ามีวินัยทางการเงินที่ดี  โอกาสที่กู้ผ่านก็มีสูงขึ้น  สำหรับลูกค้าที่มีหลายบัญชี  บางครั้งคิดว่าแสดงเพียงบัญชีเดียวก็พอแล้ว  เนื่องจากประเมินด้วยตัวเองแล้วว่าบัญชีเดียวน่าจะพอ  แต่จริง ๆ แล้วแนะนำว่าควรแสดงให้ครบทุกบัญชีเพื่อย่นระยะเวลาที่จะพิจารณาให้สั้นลง  ไม่ต้องให้ธนาคารขอในภายหลัง

    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน  เมื่อลูกค้านำหลักประกันเพื่อมาขอสินเชื่อ  ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว  ทาวน์เฮาส์  อาคารพาณิชย์  คอนโดมิเนียม  หรือบ้านมือสอง  จุดสำคัญที่ธนาคารพิจารณาความเหมาะสมของหลักประกันนั้นคือ  หลักประกันนั้นต้องไม่เป็นหลักประกันในพื้นที่ตาบอด  และไม่ได้อยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม  เนื่องจากเมื่อหนี้มีปัญหาขึ้นมา  หลักประกันอันนั้นธนาคารจะยึดมาเป็นหลักทรัพย์ของธนาคารและจะมีการขายทอดตลาดต่อไป  หลักประกันที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น  การขายออกไปจะทำได้ยาก

     “ปัจจุบันนอกจากภาระหนี้ในครัวเรือนค่อนข้างสูง  อีกมุมหนึ่งคือระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหายไปจากตลาดพอสมควร  ไม่ใช่ว่าลูกค้าไม่มีรายได้  ดูได้จากบ้านราคาแพงประมาณ  4-5  ล้านบาท  หรือคอนโดมิเนียมราคา  10  ล้านบาท  ยังขายได้ดี  แสดงว่าคนยังมีเงิน  มีรายได้แต่ส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจริง  ๆ  ยื่นกู้ไม่ผ่านจำนวนมาก  ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย  ต่ำกว่า  15,000-20,000  บาทต่อเดือน  ซึ่งมีภาระค่อนข้างมาก  ทั้งที่แต่ละธนาคารไม่ได้ปรับเกณฑ์อะไรเพิ่มเติมมากมาย  ซึ่งอยากให้เข้าใจว่าตลาดทางด้านอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก  ทั้งผู้ประกอบการ  สถาบันการเงิน  ผู้บริโภค  เราไม่อยากเห็นภาพเหมือนในปี  2540  ที่มีภาวะพองสบู่แตกอีก  ปัจจุบันธนาคารจึงต้องอาศัยเครื่องมือหลายอย่างที่จะกลั่นกรองลูกค้าแต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่าทุกสถาบันการเงินยังเข้าใจว่าผู้ที่เข้ามาใช้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทุกคนคือผู้ที่ต้องการอยากจะมีบ้านจริง ๆ  ซึ่งธนาคารก็จะพิจารณาไปตามหลักเกณฑ์  ความเหมาะสม  ความถูกต้อง  โดยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ  สนับสนุนให้ทุกคนมีบ้าน  และช่วยเติมฝันให้ผู้บริโภค

     อย่างไรก็ตาม  สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน  แต่เป็นเจ้าชองกิจการ  ค้าขาย  หรืออาชีพอิสระที่ไม่ได้มีการนำเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ  ทั้ง  3  กูรู ฝากแนะนำด้วยว่า  ไม่ใช่การขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นไปไม่ได้เลย  เนื่องจากปัจจุบันแต่ละธนาคารไม่ได้รับเฉพาะลูกค้าที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น  แต่รับผู้ประกอบอาชีพที่หลากหลาย  แต่ละสถาบันมีการออกแบบ  โมเดลการวิเคราะห์สินเชื่อของลูกค้าแต่กลุ่มแล้ว  หากไม่มีเงินในบัญชี  สามารถใช้หลักฐานการเสียภาษีรายปียื่นได้  หรือการแจกแจงด้วยต้นทุน  ยอดขาย  กำไรต่อวันก็ได้  หรือแสดงทรัพย์สินปลอดภาระ  รวมทั้งแจกแจงข้อมูลที่หมดภาระหนี้ที่เคยมี  อาทิ  เคยส่งลูกเรียน  3  คน  แต่ปัจจุบันลูกเรียนจบทั้งหมดแล้ว  หมดจากภาระหนี้ดังกล่าว  สามารถผ่อนบ้านได้แล้ว  สิ่งเหล่านี้คือมาตรการต่าง  ๆ  ที่ทุกธนาคารพร้อมช่วยเหลือเพื่อให้ลูกค้าทุกคนมีที่อยู่อาศัยของตนเองได้จริง  ๆ

http://www.homed4u.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539363006

 

 

ที่มาจาก  ตลาดบ้าน